สรุปหนังสือ 3 เล่ม




         หนังใหญ่เป็นหนึ่งในศิลปะชั้นสูง เป็นคำที่ใช้มากทางวิชาการหลายด้าน แต่ความหมายทั่วไปที่แพร่หลายหมายถึงชุดของผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะที่ถือว่าอยู่ในระดับสูงสุดของวัฒนธรรมหนึ่ง หรือหมายรวมถึงวัฒนธรรมของสังคมชนชั้นปกครอง (เสถียร ชังเกตุ,2537) หนังใหญ่เป็นการประสานศิลปะหลายแขนงเข้าด้วยกัน เป็นการแสดงที่รวมงานศิลปะชั้นสูงไว้ในเรื่องหรืองานเดียวกัน ที่แตกต่างไปจากการแสดงของโขน ละคร หุ่น แต่เดิมนั้นหนังใหญ่เป็นมหรสพชั้นสูงที่ใช้แสดงในพระราชพิธีต่างๆ ถ้าเป็นงานราษฎร์จะต้องเป็นงานที่ใหญ่มาก เพราะในการแสดงแต่ละครั้งต้องมีการตระเตรียมหลายอย่าง ต้องอาศัยกำลังคน กำลังแรงงาน กำลังทรัพย์มาก ทำให้การยากที่คนรุ่นหลังจะได้เห็นการแสดงหนังใหญ่ในงานมหรสพเหมือนในสมัยโบราณ



          หนังใหญ่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา ในช่วงสมัยของพระเจ้าอู่ทองซึ่งมีการจัดการเก็บเป็นหลักฐานเมื่อ พ.ศ.1901 ซึ่งปรากฎไว้ว่าหนังใหญ่ เป็นมหรสพที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของไทยในสมัยนั้น ซึ่งเป้นที่เริ่มแรกของมหรสพหนังใหญ่ในไทย ในช่วงสุดท้ายนั้นมีการปรากฎในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่พบจะเป็นหนังกลางวัน มีการแกะสลัก ตัวหนังลวดลายคล้ายกัน ตัวหนังลวดลายคล้ายคลึงกัน เรื่องราวที่ใช้แสดง สีสัน ความคงทนถาวรของตัวหนังต่อธรรมชาติ ไม่มีการยืดหด หงิกงอ หนังชุดนี้มีการสร้างระยะเวลาไกล้เคียงกัน คือประมาณร้อยปีเศษ พบ 2 แห่ง คือหนังใหญ่ของวัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และหนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี ซึ่งหลังจากสมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว ไม่พบว่ามีหนังใหญ่ที่ทำขึ้นแสดง หนังใหญ่เป็นศิลปะการแสดงที่เจริญคู่กับคนไทยในทุกยุคทุกสมัย และยุคสมัยนั้นมหรสพมีไม่มาก จึงไม่มีมหรสพใดมาเทียบกับหนังใหญ่ได้ เพราะจอหนังสูงใหญ่ ตัวหนังมองเห็นได้ไกล มีดนตรีประกอบอึกทึกเสียงดัง พอจะเรียกคนดูได้ทั้งหน้าโรงและหลังโรง ความสวยงามในการหนังใหญ่แล้วนอกจากตัวหนังที่มีการแกะสลักอย่างงดงม ฉากหลังเวทีที่มีความอลังการ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการแสดงท่าทางของคนเชิดหนังใหญ่เพราะท่าทางของคนเชิดนั้นจะใช้ศิลปะชั้นสูงท่าทางการเชิด รูปแบบ วิธีแบบโบราณและแบบประยุกต์ เนื่องจากการแสดงหนังใหญ่นั้นไม่ได้มีมากทำให้คนเชิดนั้นต้องมีใจรักความอดทน การคัดเลือกคนเชิดนั้นจะคัดเลือกจากพวกที่เป็นละครโขน โดยมักจะมีท่าเชิด ท่าเสมอ ท่าออกจากจอ มีพื้นฐานการเต้น ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นยักษ์ก็จะได้เชิดตัวยักษ์ พวกที่เชิดหนังนั้นจะเป็นพื้นบ้านหรือละครโขน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ที่ไม่ค่อยมีผู้หญิงนั้นเพราะการเชิดหนังต้องใช้คนที่แข็งแรง การเชิดหนังใหญ่แต่ละตัวนั้นจะมีลีลาที่ใกล้เคียงกัน มีการใช้ไหล่ ใช้ตัว ใช้หน้าหลัง โดยความแตกต่างนั้นจะขึ้นอยู่กับตัวละครที่แตกต่างกันออกไป


      
    การประยุกต์หนังใหญ่ให้เข้ากับปัจจุบันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่นิยมในสมัยนี้ ความตื่นเต้นนั้นมีน้อยถ้าเทียบกับการแสดงโขน อีกทั้งตัวละครนั้นไม่สามารถขยับได้เนื่องจากเป็นหนังทั้งแผ่น ทำให้คนสมัยใหม่ไม่ค่อยรู้จักแต่ต้องเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเช่น โครงเรื่องที่เข้ากับในยุคปัจจุบัน มีการนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมาเป็นบท ดังนั้นผู้คิดบทละครหนังใหญ่นั้นควรเป็นคนรุ่นใหม่จึงจะสามารถทำให้หนังใหญ่นั้นเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเป็นการประยุกต์ที่ไม่ได้เรียกว่าหนังใหญ่ เพราะนิยามคำว่าหนังใหญ่แล้วในปัจจุบันนั้นเป็นเชิงอนุรักษ์ที่ยังคงแบบเดิมไว้ทุกอย่างตั้งแต่ต้น แต่การประยุกต์นั้นทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักที่มาที่ไปของหนังใหญ่ เรายังคงควรรักษาคุณค่าของเชิงอนุรักษ์ซึ่งคือไม่มีเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ตัวละครก็ยังคงเป็นตัวละครแบบเดิมๆ บทเจรจานั้นยังคงเดิม แต่ในส่วนของการประยุกต์ควรมีการเพิ่มมากขึ้น


          ตัวอย่างเช่น มีการพูดคุยเกี่ยวกับโลกโซเชี่ยวหรืออาจจะเป็นตัวละครที่หลงยุคเข้ามาในโลกปัจจุบัน หรือโลกในโครงเรื่องที่เป็นเรื่องปัจจุบันแต่คงไว้ซึ่งท่าทางเอกลักษณ์ต่างๆไว้ รวมทั้งตัวละคร ในการเปลี่ยนแปลงนี้นั้นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญเช่น พระราม นั้นไม่สามารถพูดเรื่องปัจจุบันได้ แต่ควรเป็นตัวละครรอง ที่สามารถเสียงเฮฮาได้ นอกจากนั้นแล้วในช่วงขับเสพานั้นสามารถที่จะเปลี่ยนหรือแทรกแนวคิด ข้อคิดในการดำรงชีวิตปัจจุบันให้กับวัยรุ่นสมัยใหม่นั้น ด้วย ทั้งนี้นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเค้าโครงของหนังใหญ่ที่มีมาแต่โบราณนั้นสามารถขยับเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้เข้ากับปัจจุบันได้หรือไม่ เพื่อความเป็นไทยที่มีมาแต่โบราณนั้นจะไม่หายไป











Creative Commons License
หนังใหญ่ by Britt Kaiyarit is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International License.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น